7-เหตุผล-ที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์-ควรฝึกพิมพ์สัมผัส

พักหลังๆมานี้ เริ่มสังเกตเห็นบ่อยๆ สำหรับน้องๆหรือเพื่อนๆที่ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานกันว่าเมื่อต้อง Coding ตอบ E-mail Chat หรือเขียน Commit message มันช่างดูเชื่องช้า เสียเวลา ดูติดๆขัดๆ ชอบกล บางครั้งถึงกับพิมพ์ออกมาแล้วเป็น Paragraph แต่ดันลืมเปลี่ยนภาษาซะอย่างงั้น (บางทีเราก็แกล้งปล่อยให้พิมพ์ๆ ไปแล้วนั่งดูยิ้มๆ อิอิ)

เอาเป็นว่าตอนนี้ เห็นใครก้มหน้าก้มตาอยู่กับ Keyboard ตะกุกตะกัก ผมก็เลยแนะนำเว็บหัดพิมพ์ให้ไปซะเลย ฝึกไม่ฝึกก็อยู่ที่ว่าอยากทำได้ดีขึ้นมั้ย บทความนี้ก็เลยอยากจะบอกข้อดีที่เห็นได้ชัด จากประสปการณ์ตรง ก่อนและหลังจากการฝึกพิมพ์สัมผัส เผื่อใครกำลังบิ้วอารมณ์กลับไปเรียนพิมพ์ดีดอยู่ (ก่อนหน้าที่จะเจออาการปวดหลัง ผมก็คิดว่า “จิ้มเร็วกว่า 555”)

  1. เพิ่มความเร็วในการพิมพ์ ลด Error
    หลายๆ เข้าใจไม่ผิดหรอก ว่างาน Developer คืองานคิดว่าจะพิมพ์อะไร ไม่ใช่งานพิมพ์ไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ ผมเห็นด้วยนะ ซึ่งมันจะดีแค่ไหนถ้าเรากำลังคิดออกแล้วเราสามารถพิมพ์มันออกมาได้เลย โดยที่เรามองเห็นสิ่งที่เราพิ่มออกมาทุกตัวอักษรไม่ต้องกลัวว่ามันจะผิดพลาด ผิดภาษา ติด Capslock 

    ยิ่งถ้าเป็น Error จากการพิมพ์ ลืมพิมพ์ แล้วล่ะก็ Bug ที่เกิดขึ้น ต้องเสียเวลามาไล่หาอีก แทนที่จะ Run Code ได้อย่างไหลลื่น เปลืองเวลา เสียอารมณ์ กันมานักต่อนักแล้ว

  2. จดจ่อ บนหน้าจอ ได้อย่างต่อเนื่อง
    ขณะที่คุณกำลัง Coding อยู่ สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ที่ต้องระลึกไว้เสมอสำหรับงานในสายนี้คือ อย่าละสายตาจากหน้าจอ เพราะเมื่อไหร่ที่คุณ กวาดสายตาหาปุ่มซักปุ่ม หรือก้มไปดูที่คีย์บอร์ด เท่ากับว่าคุณอาจโดนขโมยสมาธิไปแล้ว (อุตส่าห์บิ้วอารมณ์ตั้งนาน หูฟังก็ตัดเสียงรบกวนอย่างดี 555) 

    อย่าลืมว่า สมาธิขอมนุษย์เรานั้น แค่คนเดินผ่านไปมา หันมองนอกหน้าต่าง หรือ App Notiftcations ต่างๆก็รบกวนสมาธิมากพออยู่แล้ว ถ้ายังต้องมาเสียสมาธิ ก้มๆ เงยๆ หน้าจอ – คีย์บอร์ด อยู่อย่างนี้ แถมบางคนมี 2-3 จอ คิดแล้วเมื่อยคออยู่เหมือนกันนะ

  3. ลดอาการปวดมือ และข้อมือ
    ไม่อยากจะเชื่อใช่ไหม ว่าสาเหตุของการบาดเจ็บที่มือและข้อมือ การพิมพ์นี่แหละ คือหนึ่งในสาเหตุ เพราะการใช้ เพียงนิ้วใดนิ้วหนึ่ง หรือมือข้างใดข้างหนึ่ง มากเกินไปเป็นเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อถูใช้งานย้ำๆ จนกระทั่งบาดเจ็บได้ (เคยไหมนั่งพิมพ์จนนิ้วล็อก) 

    มันจะดีกว่าไหม ถ้าเรากระจาย Load balance ไปครบทุกนิ้วได้

  4. ฝึกความจำของกล้ามเนื้อ และได้เสริมเรื่องการจัดท่านั่งที่เหมาะสม
    ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใดๆ เช่น เล่นกีฬา โยคะ ออกกำลังกาย ฯลฯ การจัดการท่าทางถือเป็นหนึ่งในพื้นฐานในการเริ่มต้นเลย เพราะมันจะเป็นกุญแจดอกแรกที่ช่วยให้เราทำสิ่งนั้นได้ดียิ่งขึ้น การนั่ง Coding ก็เช่นกัน

    ตำแหน่งของจอ หน้าตรง หลังตรง องศาของข้อศอก มือที่วางบนแป้นพิมพ์ ตอนอายุเข้าเลข 4 มันช่วยคุณได้นะ

  5. พัฒนา Focus ให้สอดประสานการพิมพ์ และคิด ไปพร้อมๆกันได้
    จากการศึกษาพบว่า ถ้าเราสามารถพิมพ์สัมผัสได้คล่องแล้ว เสริมการจดจำคีย์ลัดเข้าไปอีกหน่อย จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการพิมพ์ และลดข้อผิดพลาดได้อย่างมากจากการเอาคีย์ลัดเข้ามาช่วย 

    และถัดมา ด้วยการทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ การคิดกับการพิมพ์ จะ Sync กันได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไหลลื่นๆ งานเสร็จจบไว ไร้ Defect

  6. ปลดปล่อยสมองให้ว่างยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องถูกรบกวนความคิดจากการพิมพ์
    เมื่อเราพิมพ์คล่องแคล่วมันจะช่วยให้เราไม่ต้องใช้สมาธิกับการหาปุ่มหรือกังวลว่าจะพิมพ์ผิด ช่วยให้สมองของคุณมีพื้นที่ว่างมากขึ้นสำหรับการคิดเชิงตรรกะ การแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการเขียนโค้ดที่มีประสิทธิภาพ

  7. ไม่รู้สึกลำบากใจ หรือเขินอาย เมื่อมีคนมานั่งข้างๆ ระหว่างที่คุณกำลัง Coding
    การพิมพ์สัมผัสทำให้เราดูเป็นมืออาชีพและมั่นใจมากขึ้นเมื่อมีคนอื่นอยู่ใกล้ ๆ จะสามารถรักษาการสบตา พูดคุย และอธิบายโค้ดได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดชะงักหรือรู้สึกประหม่ากับทักษะการพิมพ์

สุดท้าย อันนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับ Productivity เท่าไหร่ แต่มันเป็นเรื่องของความเท่ห์ ล้วนๆ เมื่อมีคนมาดูงานของเรา หรือมานั่งคุยงานกับเรา เราก็ยังสามารถมันไปคุย สบตา หรือโต้ตอบกับเขาได้ ในขณะที่มือกำลังรัวอยู่บนคีย์บอร์ด โดยบอกเป็นนัยๆว่า พี่เร่งงานอยู่ไม่ได้มีเวลามาคุยกะน้องมาก พร้อมกด Enter ดังๆ ซักหนึ่งที เพื่อลดการรบกวนไม่ใช่มานั่งชวนคนอื่นคุยอยู่ได้ – -”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *