ทุกๆปี เราได้เห็นเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ๆ ผุดขึ้นมาพร้อมกับ ภาษา Programming ใหม่ๆ Framework ใหม่ๆ แนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ตลอดจน AI ที่เข้ามาให้เหล่า Developer ได้ศึกษาเรียนรู้ต่อยอดงาน กันอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้การ Focus ที่จะเรียนรู้ในสายงานให้ชัดเจน มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะแอดเชื่อว่า เราไม่สามารถ เรียนรู้ทุกอย่างครอบจักรวาล จนเชี่ยวชาญทุกอย่างได้แน่ๆ หรือหากต้องการที่จะมี Skill ทำได้ครบจบได้ด้วยตัวคนเดียวจริงๆ ก็อาจจะต้องเลือกสายให้ Scope แคบลงหน่อย เพื่อลด Stack ที่ต้องเรียนรู้ ให้แคบลงมาพอจะเข้าใจและพัฒนาต่อได้
หากจะ Scope ให้เล็กลงมาหน่อย ในการพัฒนา Software, Website หรือ Application ใดๆก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีส่วนประกอบ 3 ส่วนสำคัญหลักๆ คือ Front-end, Back-end และส่วนของ Database จึงทำให้โครงสร้างทีม Developer ส่วนใหญ่ มักจะแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันตามส่วนงาน อย่างน้อยๆต้องมี 2-3 คน เพื่อให้ได้ชิ้นงานตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ว่า ทำไม Startup ใหญ่ๆ หรือบริษัทเทคชั้นนำ ธนาคารที่ผันตัวมาสร้างทีม Tech เอง จึงต้องมีทีมงานที่ใหญ่ นี่ยังไม่ร่ายยาวไปถึง PO, PM, DevOps, UX, BA, QA,… บลาๆๆ อีกนะ
“แล้วถ้าคุณเป็น Startup เล็กๆ หรือ Software House ที่ไม่ได้มีทุนหนาล่ะ?”
ถ้าเป็นยุคแรกๆ ของวงการ Software คนที่ร่วมก่อตั้ง หรือเป็น Developer คนแรกๆ ของบริษัท ก็คือ “Specialist developer” พ่อมดที่เสกได้ทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวไงล่ะ ที่คุณจะลงทุน และปัจจุบัน คนที่ใกล้เคียงกับพ่อมดยุคแรกที่ว่ามา ก็คือ “Full Stack Developer” ที่เหล่า HR Recruit แย่งชิงตัวกันอุตลุดอยู่ทุกวันนี้
และนี่คือมุมมองจากฝั่ง Startup เล็กๆ หรือ Software House ที่กำลัง Build team เกิดใหม่ อยากได้ตัว Full Stack Developer กันรัวๆ
- เมื่อทีมมีแต่ Full Stack Developer นั่นคือ ทีมไม่ต้องมีคนเยอะ แต่เน้นๆ จบงานได้ด้วยตัวเองกันทุกคน
- แม้บางครั้ง Full Stack Developer จะไม่ได้เป็น Expert รู้ลึก รู้จริง ในบางเรื่อง แต่เชื่อเถอะ ไม่ว่าจะเจอโจทย์ใดๆมาก็ตาม ทางออกที่เค้าจะ Deliver ให้มันก็ไม่ได้แย่นะ
- Full Stack Developer คือคนที่จะเติบโตไปกับองค์กรได้ในอนาคต และจะได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมบริหาร เพราะเขาจะรู้แทบทุกอย่างในองค์กร และแชร์วิสัยทัศน์กับเจ้าของได้อย่างดี
- สุดท้าย Full Stack Developer จะเป็น Expert ได้ ในระยะยาว เพราะด้วยความที่ทีมเล็ก องค์กรเล็ก การได้ทำสิงที่หลากหลาย ซ้ำๆ จนฝังเป็น Mindset จะทำให้กลายเป็นคนสำคัญ เชี่ยวชาญ เป็น “พ่อมด” ที่เสกได้แทบทุกอย่างโดยไม่รู้ตัว
จากที่ร่ายมาทั้งหมด บวกกับประสบการณ์ ความคิดเห็นส่วนตัว ของแอดที่ได้มีโอกาสเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ Developer ยุคแรกๆ มาจนถึงยุคเฟื่องฟูในปัจจุบัน จากการทำงาน โซโล่เดี่ยว ไปจนถึงทีมที่ใหญ่ขึ้นมีโครงสร้างชัดเจน ยังเชื่ออยู่ลึกๆว่า ความเป็น Full Stack Developer ที่สามารถจบงานได้ด้วยตัวเอง นั้นมีความพิเศษ เป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามากต่อองค์กร ถึงแม้ว่ากว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ มันต้องผ่านความยากลำบาก ไม่สะดวกสบาย ไม่มีคน Support มากพอ แถมอาจจะต้องเจองานสากกะเบือยันเรือรบ ที่ทำให้หลายคนท้อใจไปบ้าง แต่ก็นะ หลายๆองค์กร ก็อยากมี “พ่อมด” อยู่หลายๆคน จริงมั้ยล่ะ
ห่างหายจากการเขียนที่นี่ไปนานมากนึกว่าปลิวไปแล้ว คิดเห็น เหมือน ต่าง กันอย่างไร แชร์กันนะครับ
